งานวิจัยในอนาคตต้องตอบปัญหาของสังคมได้

            ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของหลายๆ คนอาจเกี่ยวข้องอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “การวิจัย” หรือก็คือ การคิด ค้นพบ และเสนอสิ่งใหม่ที่ได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างลึกซื้ง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการพัฒนาองค์กร รวมถึงเป็นพันธกิจด้านหนึ่งของคณะฯ ที่ว่า “สรรหาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่สามารถใช้สร้างความมั่งคั่งทางสารสนเทศในสังคมไทย”  Life on Campus ประจำเดือนมิถุนายนนี้ขอพาทุกท่านมาร่วมพูดคุยกับ รศ.ดร.วิเชียร ชุติมาสกุล รองคณบดีอาวุโสวิชาการ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนพันธกิจที่ว่านี้ของ SIT

 

 

SIT ให้ความสำคัญเรื่องของ “งานวิจัย” มากน้อยเพียงใด

           ในปัจจุบัน SIT ให้ความสำคัญกับงานวิจัยมากขึ้น สืบเนื่องจากกลไกที่จะพัฒนาองค์ความรู้ใหม่เพื่อพัฒนาประเทศประกอบกับการประกาศตนเองของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย (Research University)  SIT จึงสนับสนุนงานวิจัยเพื่อสนองตอบความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของเรา

 

การสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยดังกล่าวมีกลไกอย่างไร 

          คณะมีการสนับสนุนงานวิจัยตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานกับคณะ โดย 1) กำหนดให้มีอาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อการทำวิจัย  2) สนับสนุนงบประมาณการทำวิจัยเบื้องต้นในการจัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการทำวิจัย 3) สนับสนุนการนำเสนอผลงานทางวิจัยและวิชาการ 

           ประการถัดมาคณบดีได้แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านการทำวิจัย กำหนดให้มีห้องปฏิบัติการวิจัยต่างๆ โดยอาจารย์ในคณะจะสังกัดตามห้องปฏิบัติการวิจัยที่ตนถนัด และกำหนดเป้าหมายการทำวจัย ในช่วง “ชูยอดสู่ฟ้า – Aiming High” ซึ่งมุ่งเน้นแนวทางการวิจัยในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)

 

ห้องปฏิบัติการวิจัยต่างๆ นั้น แบ่งกลุ่มอย่างไรและเกี่ยวข้องกับงานวิจัยด้านไหนบ้าง 

          ห้องปฏิบัติการวิจัยของ SIT แบ่งออกเป็น 3 Labs คือ D-Lab I–Lab R-Lab

          D-Lab เน้นการค้นคว้า วิจัย ด้านข้อมูล/สารสนเทศ เช่น ข้อมูลสถิติ ข้อมูลทางธุรกิจ ข้อมูลทางชีวภาพ หรือข้อมูลมัลติมีเดีย การพัฒนาระบบคลังข้อมูล โปรแกรมประยุกต์ และต้นแบบองค์ความรู้ต่าง ๆ 

           I-Lab เน้นงานด้านเครือข่าย มีการทดสอบคุณภาพของข้อมูลและเสียงในระบบโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายไอพี (Voice over IP: VoIP) การให้บริการภาคเอกชนที่สนใจในการติดตั้งระบบ VoIP การ Fine Tune เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของระบบ รวมทั้งมีอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet เพื่อรองรับการทำวิจัยด้านเครือข่าย

            R-Lab มุ่งเน้นการเรียนรู้ ค้นคว้า วิจัยทางด้านแนวทาง (Framework) ในการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านต่างๆ และปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการสร้าง พัฒนา และนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ รวมทั้งกระบวนการ ขั้นตอน และเทคนิคในการศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ และบริหารจัดการความต้องการของผู้ใช้ งานวิจัยเชิงนโยบาย การวางแผน และการประเมินผลเทคโนโลยีสารสนเทศ 

 

แนวทางในการทำงานวิจัย “สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society” เป็นอย่างไร

           สังคมไทยเข้าสู่ Ageing Society ตามนิยามของ UN โดยกำหนดว่ามีผู้สูงอายุนับตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ให้ถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย  คณะให้ความสำคัญของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลง โดยมีผู้สูงวัยมากขึ้น ดังนั้นจึงทำวิจัย ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะนำมาประยุกต์เพื่อเพิ่มความเป็นอยู่ของผู้สูงวัยให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยแตกแขนงออกเป็นงานวิจัยย่อย ๆ ใน Lab ต่าง ๆ 

 

นอกจากแนวทางการทำวิจัยด้าน Aging Society SIT ยังมีการทำวิจัยอื่นๆ อีกหรือไม่ อย่างไร 

           คณะไม่จำกัดขีดความสามารถของบุคลากรเฉพาะงานวิจัยด้าน Aging Society SIT นี้เท่านั้น แต่หากงานวิจัยที่ทำสามารถสนับสนุนในเรื่องนี้ได้ ก็จะผลักดันการวิจัยของ SIT ให้บูรณาการดีขึ้น

 

หากนักศึกษาสนใจจะทำงานวิจัยกับ SIT ต้องทำอย่างไร

           “เข้าหา”  หมายถึง เข้าหาอาจารย์ตามห้องปฏิบัติการต่างๆที่ตนเองสนใจ  “ศึกษา” ศึกษาข้อมูลในส่วนงานวิจัยบนเว็บไซต์คณะ เช่น ผลงานวิชาการที่ผ่านมาของอาจารย์  ข้อมูลของห้องปฏิบัติการวิจัย D-I-R Lab และช่องทางต่างๆ ที่คณะได้จัดเตรียมไว้

 

จากการที่คณะสนับสนุนงานวิจัยเพื่อสนองตอบความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย โดยคณะถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ อยู่ในกลุ่มที่ 5 “เรื่องกลุ่มวิจัยการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจารย์ช่วยอธิบายถึงความเป็นมาในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

           ต้องขอขอบคุณคณบดีท่านก่อน รศ.ดร.บวร ปภัสราทร ที่ผลักดันบูรณาการวิจัยของคณะให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของคณบดีคนปัจจุบัน  โครงการที่ทำเป็นการรวมตัวของโครงการย่อยต่างๆ ของคณะให้มีบทบาทในการพัฒนาผลงานและของบประมาณการวิจัย และขอยกความดีแก่คณาจารย์และผู้วิจัยทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการทำวิจัยตามกลุ่มที่ได้รับมอบหมายจากทางมหาวิทยาลัย

 

ในฐานะที่อาจารย์เป็นหัวหน้าโครงการ “การวิจัยเพื่อการวางรากฐานและการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในสังคมผู้สูงอายุ” ในกลุ่มที่ 5 โครงการนี้มีรายละเอียดอย่างไร 

           โครงการ“การวิจัยเพื่อการวางรากฐานและการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในสังคมผู้สูงอายุ” ได้ให้การสนับสนุนการทำวิจัย เช่น ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่สนใจทำวิจัยเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญา ตรี โท เอกโดยได้รับทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายประจำเดือน   ให้การสนับสนุนนักวิจัยทำงานวิจัยทางด้านวัสดุ อุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวิจัย สร้างเครือข่ายการวิจัยด้าน Aging Society ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  สนับสนุนการจัดทำโปรแกรม/Application on Mobile for Aging Societyให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก   สนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์และการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ในการประชุมวิชาการ และ วารสารระดับประเทศและนานาชาติ

งานวิจัยของ SIT ในอนาคต จะพัฒนาไปอย่างไร 

          งานวิจัยในอนาคตต้องตอบปัญหาของสังคมได้ โดยเฉพาะโจทย์ที่สามารถแก้ปัญหาจริงได้ (Applied Research) ขณะเดียวกันการวิจัยเชิงพื้นฐาน (Basic Research) ก็จำเป็นเช่นกัน  ดังนั้นสิ่งที่จะตอบโจทย์ ของ “งานวิจัยได้ในอนาคต” ก็คือ การนำผลงานวิจัยไปใช้ได้จริงในสังคมไทย เพื่อช่วยลดปัญหา และแก้ปัญหาได้ในสังคมไทย 

 

            จากแนวทางและการสนับสนุนการวิจัยของ SIT เราจะเห็นได้ว่ามีความพยายามที่จะทำให้การวิจัย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะชูยอดสู่ฟ้าได้ แต่ยอดที่ว่านี้จะได้รับการเติมต่อ จนแข็งแรงแค่ไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาที่ยั่งยืนของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เรามาตามดูทศวรรษต่อไปของ SIT กับผลงานด้านการวิจัยไปพร้อมๆ กันนะครับ