Frequently Asked Questions

หลักสูตรบัณฑิตศึกษา

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ของหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับปริญญาโท
ภาคการศึกษาที่ 1 ประมาณ ธันวาคม – มกราคม ของทุกปี
ภาคการศึกษาที่ 2 ประมาณ สิงหาคม – กันยายน ของทุกปี

- ระดับปริญญาเอก สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ / วิทยาการคอมพิวเตอร์ รับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้อง อาทิ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นต้น 
- ระดับปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ / สาขาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รับผู้สำเร็จปริญญาตรีทุกสาขา 
- ระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ รับผู้สำเร็จปริญญาตรีในสาขาวิชาที่ เกี่ยวข้อง อาทิ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

ใบสมัครชุดละ 150 บาท เมื่อซื้อด้วยตนเอง กรณีสั่งซื้อทางไปรษณีย์ชุดละ 170 บาท หรือสามารถดาวโหลดแบบฟอร์มและรายละเอียดได้ที่ www.sit.kmutt.ac.th

การสมัครมหาวิทยาลัยกำหนดให้สามารถสมัครได้สูงสุด 2 สาขา 
-กรณีสมัคร 1 สาขา และไม่มีผลภาษาอังกฤษเสียค่าสมัคร 500 บาท มีผลภาษาอังกฤษเสียค่าสมัคร 300 บาท 
-กรณีสมัคร 2 สาขา และไม่มีผลภาษาอังกฤษเสียค่าสมัคร 800 บาท มีผลภาษาอังกฤษเสียค่าสมัคร 600 บาท

ITP-TOEFL 500 คะแนน , TOEFL (IBT) 61 คะแนน , TOEIC 600 คะแนน , IELTS 5 คะแนน, CU-TEP 60 คะแนน, TETET 4 คะแนน
** นอกเหนือจากประเภทที่กำหนดคณะไม่รับพิจารณา **

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ภาคค่ำและภาคเสาร์อาทิตย์) 140,000.00 บาท 
สาขาวิชาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 150,000.00 บาท
สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ 200,000.00 บาท

1.ภาษาอังกฤษ ไวยกรณ์ ( Gramma) การอ่าน ( Reading) 
2.วิเคราะห์เชิงปริมาณ GRE 
3.ความรู้ทั่วไปทางเทคโนโลยีสารสนเทศ / ความรู้ทั่วไปทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ / ความรู้ทั่วไปทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์

เป็นข้อสอบเชิงวิเคราะห์ประกอบด้วยวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ทุกหลักสูตรเรียนที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีวิทยาเขตบางมด

ผู้สมัครต้องลงทะเบียนเรียนครบตามหน่วยกิตที่คณะฯกำหนดในแต่ละหลักสูตร และมีผลการเรียนเฉลี่ย(GRE) ในภาคการศึกษาที่สมัครสอบไม่ต่ำกว่า 3.00

การสมัครสอบครั้งแรกไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากสมัครครั้งต่อไปเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 1,000 บาท

ไม่มีการกำหนดจำนวนครั้งในการสอบ ทั้งนี้ นักศึกษาสามารถสอบได้ภายในระยะเวลา 5 ปีการศึกษา ซึ่งก็คือระยะเวลาการเรียนที่กำหนดตามหลักสูตรภายใน 5 ปีการศึกษา นั่นเอง

เป็นวิชาบังคับทั้งหมดของแต่ละหลักสูตร โดยข้อสอบแต่ละวิชามีจำนวน 20 ข้อ รวมทั้งหมดมีจำนวน 120 ข้อ

ร้อยละ 60 ของจำนวนข้อสอบ หรือได้คะแนน 70 คะแนนขึ้นไปถือว่าสอบผ่าน

ผ่านระบบการสมัครที่คณะฯกำหนดบนเว็บไซต์ สมัครด้วยตนเอง

 เปิดสอบ 2 เดือน/ครั้ง หรือ 3 ครั้ง/ภาคการศึกษา 
- ภาคการศึกษาที่ 1 เดือนมิถุนายน , สิงหาคม , ตุลาคม ของทุกปี 
- ภาคการศึกษาที่ 2 เดือน ธันวาคม , กุมภาพันธ์ , เมษายน ของทุกปี

ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบหลังจากวันที่สมัครแล้ว 2 วัน ทางเว็บไซต์ของคณะฯ

ติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตร โดยเก็บหลักฐานการจ่ายเงิน รวมทั้งเก็บผลการตอบรับของ โปรแกรมว่าท่านได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และยื่นคำร้องแก่เจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตร เพื่อเสนอต่อประธานหลักสูตรแต่ละหลักสูตรต่อไป
- สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ภาคค่ำ) และสาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ : ติดต่อคุณอาภรณ์ เชี่ยวชาญเกษตร aphorn@sit.kmutt.ac.th
- สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ภาคเสาร์-อาทิตย์) : ติดต่อ คุณ ชนิดาภา รุ่งโรจน์ chanidapa@sit.kmutt.ac.th 
- สาขาวิชาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ : ติดต่อคุณมะยุลา เชยล้อมขำ mayula@sit.kmutt.ac.th

คณะฯไม่มีมาตรการให้ยกเลิกการสอบ กรณีไม่มาสอบถือว่าท่านใช้สิทธิ์การสอบแล้ว 1 ครั้ง

คณะฯจะประกาศผลสอบหลังจากวันสอบประมาณ 3 วัน ผ่านทางเว็บไซต์คณะ

FAQs of B.Sc.IT

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ 4 ปี

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตร 4 ปีนี้ หนึ่งปีการศึกษา จะมีการรับสมัครทั้งหมด 3ครั้งด้วยกัน ดังนี้ 
1.โควตา มี 2 ประเภท คือ โควตาเรียนดี และโควตาความสามารถพิเศษ โดยต้องเป็นโรงเรียนที่มีสัญญากับ มจธ. ถึงจะสมัครได้ เริ่มรับสมัครช่วงเดือน สิงหาคม
2.โครงการคัดเลือกตรง มหาวิทยาลัย ฯ จะเปิดรับสมัครช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม โดยสมัครตรงกับมหาวิทยาลัย 
3.Admission โดยผ่านสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา หรือที่เรียกว่า Entrance รับสมัครช่วงเดือนเมษายนทุกปี

1. กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกสายวิชาโดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ชั้น ม.4-ม.5 รวม 4 ภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 2.75 โดยจะต้องเรียนวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต มีคะแนนเฉลี่ย (GPA) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์, วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 2.50 และมีคะแนน GAT ไม่น้อยกว่า 20%
2. มีคะแนน PAT 1 ไม่น้อยกว่า 20% และคะแนน PAT 2 ไม่น้อยกว่า 20%
3. ต้องผ่านการทดสอบและการสัมภาษณ์ของคณะฯ
หมายเหตุ : ต้องมีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬา ศิลปวัฒนธรรม วิชาการ ที่สามารถแสดงเอกสาร หลักฐานประกอบพิจารณาได้ โดยกิจกรรมนั้นควรเป็นกิจกรรมที่ได้รับรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งในระดับกลุ่มโรงเรียน จังหวัด เขตการศึกษา ภูมิภาค ประเทศ หรือระดับนานาชาติ หรือมีลักษณะของผู้นำในการจัดกิจกรรมของนักเรียน เช่น ประธานนักเรียน ประธานชมรม เป็นต้น

1. ต้องสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกสายวิชา หรือ เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ในชั้น ม. 6 จะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับชั้น ม. 6 ก่อนเดือนพฤษภาคม โดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ชั้น ม.4-ม.5 รวม 4 ภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 2.75 โดยจะต้องเรียนวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต มีคะแนนเฉลี่ย (GPA) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 2.75 และมีคะแนนเฉลี่ย (GPA) กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 2.50 และมีคะแนน GAT ไม่น้อยกว่า 20%
2. มีคะแนน PAT 1 ไม่น้อยกว่า 20% และคะแนน PAT 2 ไม่น้อยกว่า 20%
3. ต้องผ่านการทดสอบและการสัมภาษณ์ของคณะฯ
หมายเหตุ : สำหรับหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (หลักสูตรภาษาไทย) ถ้าผู้สมัครไม่มี PAT 2 มายื่น ทางคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จะจัดทดสอบข้อเขียนโดยเน้นความรู้ความสนใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และวัดกระบวนการคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก

ต้องสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกสายวิชา โดยจะต้องเรียนวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต ต้องมีคะแนนขั้นต่ำสำหรับการสอบ O-Net ดังนี้

  • วิชาภาษาอังกฤษได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35
  • วิชาคณิตศาสตร์ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35
  • วิชาวิทยาศาสตร์ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

ผู้สมัครสามารถสมัครผ่านระบบ INTERNET ที่ http://www2.kmutt.ac.th/thai/admis_ungrd/index.html
ผู้สมัครพิมพ์แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกข้อมูลบน INTERNET เรียบร้อยแล้ว และตรวจสอบข้อมูลการสมัครให้ถูกต้องก่อนพิมพ์ใบชำระเงิน และนำไปชำระเงินค่าสมัครจำนวน 300 บาท ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ตามวันที่กำหนดในใบชำระเงิน 
เมื่อชำระเงินค่าสมัครและธนาคารจะคืนใบชำระเงิน ส่วนที่ 1 ให้ผู้สมัคร ให้ผู้สมัครสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐานการสมัครและ ส่งใบสมัคร สำเนาหลักฐานการสมัคร และหลักฐานการชำระเงินตัวจริงกลับไปยังมหาวิทยาลัยฯ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่สมัคร (หากผู้สมัครส่งหลักฐานการสมัครไม่ครบ มหาวิทยาลัยฯจะไม่รับพิจารณาใบสมัคร)

ค่าใช้จ่ายในการศึกษา มีรายละเอียด ดังนี้ 
ค่าบำรุงการศึกษาและค่าธรรมเนียม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตร 4 ปี 

 

สัญชาติไทย

1. ค่าบำรุงการศึกษา / ภาค

12,000.- บาท

2. ค่าลงทะเบียน / หน่วยกิต

1,200.- บาท

3. ค่าประกันอุบัติเหตุ / ปี

200.- บาท

หมายเหตุ : ปีละ 2 ภาคการศึกษา (ประมาณการค่าใช้จ่ายปีละ 67,400 บาท)

โควตาและคัดเลือกตรง จะมีการทดสอบและสอบสัมภาษณ์ของคณะ ฯ ส่วนระบบ Admission นั้น
ต้องสอบ O-NET คือ วิชาภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์,สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ และ
สอบ A-NET/วิชาเฉพาะ คือวิชาคณิตศาสตร์ 2, วิทยาศาสตร์2 และภาษาอังกฤษ 2

มหาวิทยาลัยฯ จัดสรรทุนการศึกษา “ทุนเพชรพระจอมเกล้า” สนับสนุนนักศึกษาที่มีความสามารถทั้งด้านวิชาการ และความสามารถเฉพาะด้านกว่า 250 ทุน / ปี แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษาที่มีศักยภาพและความสามารถ มีความพึงพอใจและใฝ่รู้ โดยจะให้การสนับสนุนตามระยะเวลาการศึกษาที่ระบุไว้ ในหลักสูตรและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้มจธ. ยังมีทุนต่างๆอีก ดังนี้ 
1. ทุนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ( สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายบริการการศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร 02-4709864 หรือ 
02-4709848)
2. ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาล
3. ทุนให้เปล่า
4. ทุนเงินยืมเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัย
5. ทุนเงินยืมฉุกเฉิน
6. ทุนจ้างงานนักศึกษา
7. ทุนโครงการต่าง ๆ
หมายเหตุ : ทุนลำดับที่ 2-7 สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ งานแนะแนว โทร 02-4708097-99

การศึกษาตามหลักสูตรนักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนวิชาต่างๆ ไม่น้อยกว่า 136 หน่วยกิต จึงจะสำเร็จการศึกษา โดยมีรายละเอียดย่อๆ ดังนี้ 
- หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 31 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเฉพาะด้าน 95 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

ตลอด 4 ปี เรียนที่วิทยาเขตทุ่งครุ ( บางมด ) เท่านั้น

ติดต่อคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร 0-2470-9850, 9857 หรือ www.sit.kmutt.ac.th 
หรือ ส่วนงานทะเบียนและประเมินผล มจธ . 0-2470-8146 หรือ http://www.kmutt.ac.th/admission

นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชา ของแต่ละภาคการศึกษา โดยมีจำนวนหน่วยกิต ดังนี้
• ภาคการศึกษาปกติ นักศึกษาปกติ จะต้องลงทะเบียนไม่เกิน 19 หน่วยกิต และต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต ( ยกเว้นกรณีรายวิชาที่เหลือตามหลักสูตร และเปิดสอนในภาคการศึกษานั้นมีหน่วยกิตรวมกันต่ำกว่า 12 หน่วยกิต หรือในกรณีที่หลักสูตรกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น )
• ภาคการศึกษาฤดูร้อน นักศึกษาทุกประเภท ทุกโครงการ จะลงทะเบียนได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต

การลงทะเบียนล่าช้า จะกระทำได้ภายใน 5 วัน ทำการนับจากวันที่กำหนดให้ลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องชำระเงินค่าปรับลงทะเบียนล่าช้าตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวหาก นักศึกษายังไม่ได้ลงทะเบียน จะหมดสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย โดยได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชา / ประธานสายวิชา / ประธานหลักสูตร โดยจะต้องชำระค่าปรับลงทะเบียนล่าช้าตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้กระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษาปกติหากพ้นกำหนดแล้ว ให้คณบดีอนุมัติให้นักศึกษาลาพักการศึกษา ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษาปกติ

นักศึกษาจะขออนุญาตลาพักการศึกษาได้ ในกรณีต่อไปนี้ 
1. ถูกเกณฑ์ หรือระดมเข้ารับราชการทหาร หรือฝึกวิชาทหาร
2. ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ หรือทุนอื่นใดที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควรสนับสนุน
3. ป่วยจนต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานตามคำสั่งแพทย์ เกินกว่าร้อยละ 20 ของเวลาเรียนทั้งหมด โดยมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน
4. มีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถเข้าศึกษาได้

สถานภาพนักศึกษามี 2 ประเภท ได้แก่ สภาพปกติ และสภาพวิทยาทัณฑ์ นักศึกษาสภาพปกติ ได้แก่นักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาแรก หรือนักศึกษาที่มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป นักศึกษาสภาพวิทยาทัณฑ์ ได้แก่ นักศึกษาที่มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 
นักศึกษาสภาพวิทยาทัณฑ์ จะพ้นสภาพวิทยาทัณฑ์ ต่อเมื่อมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป 
นักศึกษาจะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 
• มหาวิทยาลัยอนุมัติปริญญา อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร เนื่องจากเรียนครบตามหลักสูตร
• ได้รับอนุมัติให้ลาออก
• นักศึกษาไม่ลงทะเบียนเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนดในภาคการศึกษาปกติ โดยมิได้ทำเรื่องขอผ่อนผันเป็นลายลักษณ์อักษร
• นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนแล้ว แต่ไม่ชำระค่าบำรุงการศึกษาและค่าธรรมเนียมการศึกษาภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด
• นักศึกษาขาดเรียนติดต่อกัน 30 วัน โดยมิได้แจ้งให้ทราบ
• นักศึกษาไม่ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา เพื่อรักษาสถานภาพการศึกษา ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด
• ศึกษาเป็นระยะเวลาเกิน 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
• ถูกลงโทษทางวินัยให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
• ต้องรับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่โทษความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
• เป็นนิสิตหรือนักศึกษาของสถาบันการศึกษาอื่น ยกเว้นในมหาวิทยาลัยเปิด
• ปลอมแปลมรายมือชื่อผู้ปกครอง หรือลายมือชื่อบุคคลอื่น เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อมหาวิทยาลัย
• ถึงแก่ความตาย

มหาวิทยาลัย ฯ จะเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติปริญญา ภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง ยกเว้นภาคการศึกษาที่ 1 จะอนุมัติ 2 ครั้ง ดังนั้นเพื่อให้การอนุมัติปริญญาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำหนดให้นักศึกษายื่นแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา เพื่อที่ส่วนทะเบียนและประเมินผลจะดำเนินการเสนอชื่อและรับปริญญา นักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษาใด ๆ จะต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นอาจจะไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรในภาคการศึกษานั้น ๆ เมื่อยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษาใด ๆ ไปแล้ว หากยังไม่สำเร็จการศึกษา นักศึกษาไม่ต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงของสำเร็จการศึกษาใหม่แต่อย่างใด
ขั้นตอนการแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาดังนี้ 
• นักศึกษาขอชุดแบบฟอร์มคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ที่ส่วนทะเบียน ( ชุดคำร้องประกอบด้วย 1 คำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ( ท .09) 2 คำร้องขอหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ( ท .05) 3 แบบฟอร์มจัดทำทำเนียบบัณฑิต 1 แผ่น ) 
• กรอกข้อความในชุดแบบฟอร์มให้ถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยตัวบรรจง ทุกแผ่น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
• กรอกรายละเอียดข้อมูลนักศึกษาลงในแบบฟอร์มทำเนียบบัณฑิตให้ครบถ้วน พร้อมติดรูปถ่าย
• ยื่นชุดแบบฟอร์มที่ส่วนทะเบียน ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อม รูปถ่ายสวมครุยวิทยฐานะ ขนาด 3x4 ซม . จำนวนเท่ากับเอกสารสำเร็จการศึกษาที่ยื่นขอ และเพิ่มอีก 1 รูป สำหรับทำเนียบบัณฑิตเช่น ขอใบรายงานผลการศึกษา 1 ชุด ใบรับรองสำเร็จการศึกษา ภาษาไทย 1 ชุด ใช้รูปถ่ายทั้งหมด 3 รูป
• ชำระเงินค่าจัดทำใบรายงานผลการศึกษา และใบรับรองสำเร็จการศึกษา ( ชุดละ 30 บาท )
• รอรับใบเสร็จรับเงิน และใบกำหนดรับเอกสาร
• นำใบกำหนดรับเอกสาร พร้อม ใบปลอดหนี้ ( ติดต่อขอรับได้ที่คณะ ) มารับเอกสารสำเร็จการศึกษา ที่ส่วนทะเบียน ตามวันที่ระบุในใบกำหนดรับเอกสารสำเร็จการศึกษา ( ประมาณ 2 สัปดาห์ภายหลังวันประกาศผลสอบ )
• กรณีที่ไม่สามารถมารับเอกสารสำเร็จการศึกษาเองได้ สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นมารับแทนได้ โดยระบุผู้รับแทน โดยระบุผู้รับแทนลงลายมือชื่อตนเองไว้ในใบมอบฉันทะ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา หรือสำเนาบัตรประชาชนของนักศึกษา และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับแทน 

การลากิจ เฉพาะบางชั่วโมงเรียน ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตจากอาจารย์ประจำวิชา แต่ถ้าลากิจตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป ต้องยื่นใบลาก่อนวันลา พร้อมหนังสือรับรองจากผู้ปกครอง การลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์ กรณีเกิน 5 วัน ต้องยื่นใบรับรองแพทย์พร้อมใบเสร็จรับเงิน

1. นักศึกษาป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย จนไม่สามารถเข้าสอบปลายภาคหรือกลางภาคในบางรายวิชา หรือทั้งหมดได้ควรโทรศัพท์ให้อ.ที่ปรึกษารับทราบทันที 
2. การลาป่วยระหว่างสอบจะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลพร้อมด้วยใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการลา
3. การลากิจระหว่างสอบ นักศึกษาจะต้องยื่นใบลาก่อนวันลาพร้อมด้วยเหตุผลและใบรับรองของผู้ปกครอง ยกเว้นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย

 การขอเงินคืนสามารถปฏิบัติได้ 2 กรณี ดังนี้
1. มหาวิทยาลัย/คณะ ประกาศปิดรายวิชา
2. นักศึกษาพ้นสภาพเนื่องจากาการตกออก

นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเงินคืนค่าลงทะเบียน ผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการอนุมัติ จากคณะฯ ยื่นต่อส่วนทะเบียนและประเมินผล โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง ดังนี้
- ใบคำร้องขอเงินคืนค่าลงทะเบียน (ท.08)
- สำเนาใบลงทะเบียนเรียน (ท.25)
- ใบเสร็จรับเงินฉบับจริงที่ออกโดยมหาวิทยาลัย

 นักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี มีผลการศึกษาตามเกณฑ์ต่อไปนี้ จะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาทันที
1. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.25 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา
2. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ในภาคการศึกษาที่ 2
3. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.75 สองภาคการศึกษาต่อเนื่อง นับจากภาคการศึกษาที่ 3 (ปี 2 เทอม 1)
4. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 สี่ภาคการศึกษาต่อเนื่อง นับจากภาคการศึกษาที่ 3 (ปี 2 เทอม 1)

ขั้นตอนการย้ายคณะฯ / ภาควิชา / สาขาวิชา ปฏิบัติดังนี้
1. นักศึกษาขอใบคำร้องทั่วไป (ท.01) 
2. นักศึกษากรอกข้อความเรื่องการย้ายคณะฯ เรียนคณะกรรมการประจำคณะฯ และระบุเหตุผลในการขอย้าย
3. นักศึกษาแนบผลการศึกษา ทั้ง 2 ภาคการศึกษา หรือภาคการศึกษาล่าสุด
4. ผ่านความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
5. ยื่นคำร้องที่คณะฯ คณะฯ จะดำเนินการเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการประจำคณะฯ 
6. นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้าย ให้มารับคำร้องได้ที่ส่วนทะเบียน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในการขอย้ายที่กองคลังจำนวน 200 บาท

ต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตร และสามารถจบการศึกษาได้ภายในภาคการศึกษานั้น อาจลงเบียนรายวิชาเฉพาะที่มีชั่วโมงสอบซ้อนกันได้ โดยได้รับการยินยอมจากอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำวิชา และประธานสายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

นักศึกษาที่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในบางรายวิชาที่กำหนด ไว้ตามหลักสุตรได้ จะขอเปลี่ยนรายวิชาเรียนให้ดำเนินการ ดังนี้
1. ขอรับใบคำร้องขอเปลี่ยน / เทียบรายวิชาเรียน (ท.23) 
2. กรอกรายละเอียดในใบคำร้อง พร้อมระบุเหตุผล
3. ให้นักศึกษาทำสำเนาสังเขปวิชา (Course Description) ของรายวิชาทั้ง 2 แนบกับคำร้องด้วย
4. ยื่นคำร้องต่อคณะฯ ผ่านความเห็นชอบอาจารย์ที่ปรึกษา ประธานหลักสูตร และคณบดี
5. เมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะฯ แล้วรายวิชาที่ขอเทียบจะสามารถแทนที่รายวิชาตามหลักสูตรในใบรายงานผลการศึกษา

ในภาคการศึกษาใดที่มหาวิทยาลัยไม่เปิดสอนรายวิชาที่นักศึกษาต้องการลง ทะเบียนเรียน นักศึกษาสามารถไปลงทะเบียนในรายวิชาเดียวกันหรือเนื้อหาใกล้เคียงกันยัง สถาบันอุดมศึกษาอื่นของรัฐได้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. ทำคำร้องขอลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่างสถาบัน ผ่านอ.ที่ปรึกษา ประธานหลักสูตร และคณบดี โดยระบุเหตุผลและรายละเอียดในการขอลงทะเบียน
2. เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนทะเบียนและประเมินผลจะส่งคำร้องของนักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยแห่งนั้น เพื่อให้ตอบรับการลงทะเบียนเรียนซึ่งนักศึกษาสามารถขอถ่ายสำเนาจดหมาย นำส่งไปยื่นด้วยตนเองได้เช่นกัน
3. นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่นักศึกษาไปขอลงทะเบียนยังสถาบันอื่น ที่มหาวิทยาลัยด้วย เพื่อที่จะได้บันทึกการลงทะเบียน 
4. เมื่อสิ้นสุดภาคการเรียนทางมหาวิทยาลัยนั้น จะจัดส่งผลการสอบมายังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

การขอเพิ่มรายวิชา
1. การขอเพิ่มรายวิชาให้กระทำภายใน 2 สัปดาห์แรก นับตั้งแต่การเปิดภาคการศึกษาปกติ
2. การขอเพิ่มรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษา
3. เมื่อเพิ่มรายวิชาจำนวนหน่วยกิต ต้องไม่เกิน 19 หน่วยกิต
4. การขอเพิ่มรายวิชาจะต้องไม่มีชั่วโมงเรียนหรือชั่วโมงสอบซ้อนกัน ยกเว้นนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถทำการเพิ่มรายวิชาได้

1. การขอลดรายวิชาให้กระทำได้ก่อนวันแรกของการสอบกลางภาค
2. ต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษา
3. เมื่อลดรายวิชา หน่วยกิตต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต
4. การลดรายวิชา มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าลงทะเบียนให้
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถลดรายวิชาได้

1. การถอนรายวิชาใหห้กระทำได้หลังการสอบกลางภาค จนถึงก่อนสอบปลายภาค 3 สัปดาห์
2. ต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษาและอ.ผู้สอน
3. เงื่อนไขการขอถอนรายวิชาต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต
4. การถอนรายวิชา มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าลงทะเบียนให้
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถถอนรายวิชาได้

 
นักศึกษาที่ต้องการลงทะเบียนต่ำกว่าหรือเกินกว่าหน่วยกิตที่กำหนด ต้องได้รับอนุมัติจากประธานสายวิชา โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. กรณีนักศึกษาที่มีสภาพวิทยาทัณฑ์ ต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา
2. นักศึกษาสภาพปกติ อนุญาตให้ลงทะเบียนเรียนวิชาตกค้าง หรือวิชาอื่นๆ ได้อีก 1 รายวิชา โดยได้รับการอนุมัติจากประธานสายวิชา

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. รับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น  
2. มีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่น้อยกว่า 2.75 
3. มีคะแนนเฉลี่ย (GPA) กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ แต่ละกลุ่มสาระ ไม่น้อยกว่า 2.70
4. มีทดสอบข้อเขียนวิชาคณิตศาสตร์,ภาษาอังกฤษ, ความรู้ด้าน IT และ Logic IT
5. มีสอบสัมภาษณ์

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
รับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ / สายศิลป์-คำนวณ เท่านั้นโครงการนี้ไม่ได้กำหนดคะแนนขั้นต่ำ หมายถึง ต้องมีคะแนน แต่ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำ เพื่อนำไปคิดค่าน้ำหนักในการเรียกเข้าสัมภาษณ์ รายละเอียด ดังนี้
GPAX  ค่าน้ำหนัก 5%
GPA วิทยาศาสตร์ ค่าน้ำหนัก 5%
GPA คณิตศาสตร์ ค่าน้ำหนัก 5%
GPA ภาษาอังกฤษ ค่าน้ำหนัก 5%
GAT (ตอนที่ 1) ค่าน้ำหนัก 15 %
GAT (ตอนที่ 2) ค่าน้ำหนัก 15%
PAT 1 (คณิตศาสตร์) ค่าน้ำหนัก 20%
PAT 2 (วิทยาศาสตร์) ค่าน้ำหนัก 10%
PAT 3 (วิศวกรรมศาสตร์) ผู้สมัครสามารถยื่นคะแนนเพื่อประกอบการพิจารณาได้

 
 

สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดหลักสูตร ประมาณ 340,000 มีรายละเอียด ดังนี้

 

สัญชาติไทย

1. ค่าบำรุงการศึกษา / ภาค

12,000.- บาท

2. ค่าลงทะเบียน / หน่วยกิต

1,800.- บาท

3. ค่าประกันอุบัติเหตุ / ปี

200.- บาท

 
หมายเหตุ : ปีละ 2 ภาคการศึกษา 
อัตราค่าบำรุงการศึกษาและค่าหน่วยกิตอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-4709857
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. ค่าบำรุงการศึกษา / ภาค            12,000 บาท
2. ค่าลงทะเบียน / หน่วยกิต          1,200 บาท
3. ค่าประกันอุบัติเหตุ / ปี                 200 บาท
หมายเหตุ: ปีละ 2 ภาคการศึกษา
อัตราค่าบุรุงการศึกษาและค่าหน่วยกิตอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-4709857

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
สอบข้อเขียน 4 วิชา
1. ภาษาอังกฤษ
2. คณิตศาสตร์
3. ความรู้ด้าน IT
4. Logic IT
สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ผู้มีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือกทุกประเภท จะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
การศึกษาตามหลักสูตรนักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนวิชาต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 132 หน่วยกิต จึงจะสำเร็จการศึกษา โดยมีรายละเอียดย่อๆ ดังนี้
- หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 22 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเฉพาะด้าน 95 หน่วยกิต
- หมวดวิชาภาษาอังกฤษ 9 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต
สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
 การศึกษาตามหลักสูตรนักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนวิชาต่างๆ ไม่น้อยกว่า 136 หน่วยกิต จึงจะสำเร็จการศึกษา โดยมีรายละเอียดย่อๆ ดังนี้
- หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 31 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเฉพาะด้าน 99 หน่วยกิต
- หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
รับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ / สายศิลป์-คำนวณ  โครงการนี้ไม่ได้กำหนดคะแนนขั้นต่ำ หมายถึง ต้องมีคะแนน แต่ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำ เพื่อนำไปคิดค่าน้ำหนักในการเรียกเข้าสัมภาษณ์ รายละเอียด ดังนี้
GPAX  ค่าน้ำหนัก 5%
GPA วิทยาศาสตร์ ค่าน้ำหนัก 5%
GPA คณิตศาสตร์ ค่าน้ำหนัก 5%
GPA ภาษาอังกฤษ ค่าน้ำหนัก 5%
GAT (ตอนที่ 1) ค่าน้ำหนัก 10 %
GAT (ตอนที่ 2) ค่าน้ำหนัก10%
PAT 1 (คณิตศาสตร์) ค่าน้ำหนัก 40%
PAT 2 (วิทยาศาสตร์) ค่าน้ำหนัก 20%
PAT 3 (วิศวกรรมศาสตร์) ผู้สมัครสามารถยื่นคะแนนเพื่อประกอบการพิจารณาได้
 

FAQs of B.Sc.Cs

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)

หลักสูตรนี้ ดำเนินการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด  โดยคณาจารย์ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก  ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  รวมทั้งนักศึกษาในหลักสูตรบางส่วนจะเป็นนักศึกษาชาวต่างประเทศ  โครงสร้างของหลักสูตรเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ  วิทยาการคอมพิวเตอร์ในระดับสากลจาก IEEE และ ACM และเน้นพัฒนาทักษะการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ
หลักสูตรนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพในสาขาคอมพิวเตอร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศกับบริษัท และองค์กรนานาชาติในประเทศไทย หรือประสงค์จะประกอบอาชีพสาขานี้ในต่างประเทศ หรือตั้งใจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในต่างประเทศ

สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ( หลักสูตรภาษาอังกฤษ ) หรือ Computer Science (English program) หรือเรียกย่อๆว่า CS นี้ จะมีการรับนักศึกษาจำนวนประมาณ 60 คน/ปีการศึกษา และมีการรับสมัครทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน ดังนี้ 

1. โครงการคัดเลือกตรง ประเภทเรียนดี เปิดรับสมัครประมาณเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม ของทุกปี
2. โครงการคัดเลือกตรง โดยใช้คะแนน GAT/PAT เปิดรับสมัครประมาณเดือนตุลาคม-เดือนมกราคมของทุกปี 
3. โครงการคัดเลือกตรง ผ่านระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ เปิดรับสมัครประมาณเดือนมกราคม-เดือนเมษายนของทุกปี
4. โครงการ Active Recruitment  เปิดรับสมัครนักเรียนที่ทีผลงานด้านการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
5. Admission กลาง โดยผ่านสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา รับสมัครช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี

1. รับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เท่านั้น โดยเมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องเรียนกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ น้อยกว่า 20 หน่วยกิต และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต
 2. รับนักศึกษาไทย และนักศึกษาต่างประเทศที่สามารถพูด ฟัง อ่าน เขียน และเข้าใจภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

 

 ผู้สมัครสามารถสมัครผ่านระบบ INTERNET ที่ http://admission.kmutt.ac.th/ ค่าสมัคร 300 บาท

 มหาวิทยาลัยฯ จัดสรรทุนการศึกษา “ทุนเพชรพระจอมเกล้า” สนับสนุนนักศึกษาที่มีความสามารถทั้งด้าน วิชาการ และความสามารถเฉพาะด้านกว่า 250 ทุน / ปี แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา ที่มี ศักยภาพและความสามารถ มีความพึงพอใจและใฝ่รู้ โดยจะให้การสนับสนุนตามระยะเวลาการศึกษาที่ระบุไว้ ในหลักสูตรและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้มจธ. ยังมีทุนต่างๆอีก ดังนี้ 
1. ทุนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ( สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายบริการการศึกษา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร 02-4709864 หรือ 
02-4709848)
2. ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาล
3. ทุนให้เปล่า
4. ทุนเงินยืมเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัย 
5. ทุนเงินยืมฉุกเฉิน
6. ทุนจ้างงานนักศึกษา
7. ทุนโครงการต่าง ๆ หมายเหตุ : ทุนลำดับที่ 2-7 สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ งานแนะแนว โทร 02-4708097-99

ทางหลักสูตรมีโครงการความร่วมมือแลกเปลี่ยนนักศึกษากับสถาบัน/มหาวิทยาลัยในต่างประเทศหลายแห่ง เช่น  University of Missouri-Columbia ประเทศสหรัฐอเมริกา (รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อสอบถามคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ) ทั้งนี้นักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรมาแล้วอย่างน้อย   4   ภาคการศึกษา    และมีผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจสามารถศึกษาในสถาบันที่มีความร่วมมือเป็นระยะเวลา  1-2  ภาคการศึกษา  และเทียบโอนหน่วยกิตกลับมาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  นักศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียนและค่าดำรงชีพที่ต่างประเทศ      
 
 

สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ( หลักสูตรภาษาอังกฤษ ) ตลอด 4 ปี เรียนที่วิทยาเขตทุ่งครุ ( บางมด ) เท่านั้น

 นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชา ของแต่ละภาคการศึกษา โดยมีจำนวนหน่วยกิต ดังนี้
• ภาคการศึกษาปกติ นักศึกษาปกติ จะต้องลงทะเบียนไม่เกิน 19 หน่วยกิต และต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต ( ยกเว้นกรณีรายวิชาที่เหลือตามหลักสูตร และเปิดสอนในภาคการศึกษานั้นมีหน่วยกิตรวมกันต่ำกว่า 12 หน่วยกิต หรือในกรณีที่หลักสูตรกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น )
• ภาคการศึกษาฤดูร้อน นักศึกษาทุกประเภท ทุกโครงการ จะลงทะเบียนได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต

การลงทะเบียนล่าช้า จะกระทำได้ภายใน 5 วัน ทำการนับจากวันที่กำหนดให้ลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องชำระเงินค่าปรับลงทะเบียนล่าช้าตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวหาก นักศึกษายังไม่ได้ลงทะเบียน จะหมดสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุ สุดวิสัย โดยได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชา / ประธานสายวิชา / ประธานหลักสูตร โดยจะต้องชำระค่าปรับ ลงทะเบียนล่าช้าตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้กระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษาปกติ หากพ้นกำหนดแล้ว ให้คณบดีอนุมัติให้นักศึกษาลาพักการศึกษา ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันเปิดภาค การศึกษาปกติ

นักศึกษาจะขออนุญาตลาพักการศึกษาได้ ในกรณีต่อไปนี้
1. ถูกเกณฑ์ หรือระดมเข้ารับราชการทหาร หรือฝึกวิชาทหาร 
2.ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ หรือทุนอื่นใดที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควรสนับสนุน
3. ป่วยจนต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานตามคำสั่งแพทย์ เกินกว่าร้อยละ 20 ของเวลาเรียนทั้งหมด โดยมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน
4. มีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถเข้าศึกษาได้

 
สถานภาพนักศึกษามี 2 ประเภท ได้แก่ สภาพปกติ และสภาพวิทยาทัณฑ์ นักศึกษาสภาพปกติ ได้แก่นักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาแรก หรือนักศึกษาที่มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป นักศึกษาสภาพวิทยาทัณฑ์ ได้แก่ นักศึกษาที่มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00นักศึกษาสภาพวิทยาทัณฑ์ จะพ้นสภาพวิทยาทัณฑ์ ต่อเมื่อมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป
นักศึกษาจะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- มหาวิทยาลัยอนุมัติปริญญา อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร เนื่องจากเรียนครบตามหลักสูตร
- ได้รับอนุมัติให้ลาออก
- นักศึกษาไม่ลงทะเบียนเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนดในภาคการศึกษาปกติ โดยมิได้ทำเรื่องขอผ่อนผันเป็นลายลักษณ์อักษร
- นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนแล้ว แต่ไม่ชำระค่าบำรุงการศึกษาและค่าธรรมเนียมการศึกษาภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด
- นักศึกษาขาดเรียนติดต่อกัน 30 วัน โดยมิได้แจ้งให้ทราบ
- นักศึกษาไม่ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา เพื่อรักษาสถานภาพการศึกษาภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด
- ศึกษาเป็นระยะเวลาเกิน 2 เท่าของระยะเวลาการศึกษาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
- ถูกลงโทษทางวินัยให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
- ต้องรับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่โทษความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
- เป็นนิสิตหรือนักศึกษาของสถาบันการศึกษาอื่น ยกเว้นในมหาวิทยาลัยเปิด
- ปลอมแปลมรายมือชื่อผู้ปกครอง หรือลายมือชื่อบุคคลอื่น เพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อมหาวิทยาลัย
- ถึงแก่ความตาย

 
มหาวิทยาลัย ฯ จะเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติปริญญา ภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง ยกเว้นภาคการศึกษาที่ 1 จะอนุมัติ 2 ครั้ง ดังนั้นเพื่อให้การอนุมัติปริญญาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำหนดให้นักศึกษายื่นแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา เพื่อที่ส่วนทะเบียนและประเมินผลจะดำเนินการเสนอชื่อและรับปริญญา นักศึกษาที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษาใด ๆ จะต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นอาจจะไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรในภาคการศึกษานั้น ๆ เมื่อยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษาใด ๆ ไปแล้ว หากยังไม่สำเร็จการศึกษา นักศึกษาไม่ต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงของสำเร็จการศึกษาใหม่แต่อย่างใด
ขั้นตอนการแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาดังนี้ 
นักศึกษาขอชุดแบบฟอร์มคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ที่ส่วนทะเบียน 
( ชุดคำร้องประกอบด้วย 1 คำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษา ( ท .09) 2 คำร้องขอหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ( ท .05) 3 แบบฟอร์มจัดทำทำเนียบบัณฑิต 1 แผ่น )
- กรอกข้อความในชุดแบบฟอร์มให้ถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยตัวบรรจง ทุกแผ่น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- กรอกรายละเอียดข้อมูลนักศึกษาลงในแบบฟอร์มทำเนียบบัณฑิตให้ครบถ้วน พร้อมติดรูปถ่าย
- ยื่นชุดแบบฟอร์มที่ส่วนทะเบียน ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อม รูปถ่ายสวมครุยวิทยฐานะ ขนาด 3x4 ซม . จำนวนเท่ากับเอกสารสำเร็จการศึกษาที่ยื่นขอ และเพิ่มอีก 1 รูป สำหรับทำเนียบบัณฑิตเช่น ขอใบรายงานผลการศึกษา 1 ชุด ใบรับรองสำเร็จการศึกษา ภาษาไทย 1 ชุด ใช้รูปถ่ายทั้งหมด 3 รูป 
- ชำระเงินค่าจัดทำใบรายงานผลการศึกษา และใบรับรองสำเร็จการศึกษา ( ชุดละ 30 บาท ) 
- รอรับใบเสร็จรับเงิน และใบกำหนดรับเอกสาร
- นำใบกำหนดรับเอกสาร พร้อม ใบปลอดหนี้ ( ติดต่อขอรับได้ที่คณะ ) มารับเอกสารสำเร็จการศึกษา ที่ส่วนทะเบียน ตามวันที่ระบุในใบกำหนดรับเอกสารสำเร็จการศึกษา ( ประมาณ 2 สัปดาห์ภายหลังวันประกาศผลสอบ ) 
- กรณีที่ไม่สามารถมารับเอกสารสำเร็จการศึกษาเองได้ สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นมารับแทนได้ โดยระบุผู้รับแทน โดยระบุผู้รับแทนลงลายมือชื่อตนเองไว้ในใบมอบฉันทะ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา หรือสำเนาบัตรประชาชนของนักศึกษา และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับแทน

การลากิจ เฉพาะบางชั่วโมงเรียน ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตจากอาจารย์ประจำวิชา แต่ถ้าลากิจตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป ต้องยื่นใบลาก่อนวันลา พร้อมหนังสือรับรองจากผู้ปกครอง การลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์ กรณีเกิน 5 วัน ต้องยื่นใบรับรองแพทย์พร้อมใบเสร็จรับเงิน

1. นักศึกษาป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย จนไม่สามารถเข้าสอบปลายภาคหรือกลางภาคในบางรายวิชา หรือทั้งหมดได้ควรโทรศัพท์ให้อ.ที่ปรึกษารับทราบทันที 
2. การลาป่วยระหว่างสอบจะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลพร้อมด้วยใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการลา
3. การลากิจระหว่างสอบ นักศึกษาจะต้องยื่นใบลาก่อนวันลาพร้อมด้วยเหตุผลและใบรับรองของผู้ปกครอง ยกเว้นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย

การขอเงินคืนสามารถปฏิบัติได้ 2 กรณี ดังนี้
1. มหาวิทยาลัย/คณะ ประกาศปิดรายวิชา
2. นักศึกษาพ้นสภาพเนื่องจากาการตกออก

นักศึกษาสามารถยื่นคำร้องขอเงินคืนค่าลงทะเบียน ผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับการอนุมัติ จากคณะฯ ยื่นต่อส่วนทะเบียนและประเมินผล โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง ดังนี้
- ใบคำร้องขอเงินคืนค่าลงทะเบียน (ท.08)
- สำเนาใบลงทะเบียนเรียน (ท.25)
- ใบเสร็จรับเงินฉบับจริงที่ออกโดยมหาวิทยาลัย

 นักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี มีผลการศึกษาตามเกณฑ์ต่อไปนี้ จะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาทันที
1. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.25 ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา
2. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ในภาคการศึกษาที่ 2
3. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.75 สองภาคการศึกษาต่อเนื่อง นับจากภาคการศึกษาที่ 3 (ปี 2 เทอม 1)
4. มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.00 สี่ภาคการศึกษาต่อเนื่อง นับจากภาคการศึกษาที่ 3 (ปี 2 เทอม 1)

ขั้นตอนการย้ายคณะฯ / ภาควิชา / สาขาวิชา ปฏิบัติดังนี้
1. นักศึกษาขอใบคำร้องทั่วไป (ท.01) 
2. นักศึกษากรอกข้อความเรื่องการย้ายคณะฯ เรียนคณะกรรมการประจำคณะฯ และระบุเหตุผลในการขอย้าย
3. นักศึกษาแนบผลการศึกษา ทั้ง 2 ภาคการศึกษา หรือภาคการศึกษาล่าสุด
4. ผ่านความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
5. ยื่นคำร้องที่คณะฯ คณะฯ จะดำเนินการเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการประจำคณะฯ 
6. นักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้ย้าย ให้มารับคำร้องได้ที่ส่วนทะเบียน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในการขอย้ายที่กองคลังจำนวน 200 บาท

ต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตร และสามารถจบการศึกษาได้ภายในภาคการศึกษานั้น อาจลงเบียนรายวิชาเฉพาะที่มีชั่วโมงสอบซ้อนกันได้ โดยได้รับการยินยอมจากอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำวิชา และประธานสายวิชา โดยนักศึกษาต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

นักศึกษาที่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในบางรายวิชาที่กำหนด ไว้ตามหลักสุตรได้ จะขอเปลี่ยนรายวิชาเรียนให้ดำเนินการ ดังนี้
1. ขอรับใบคำร้องขอเปลี่ยน / เทียบรายวิชาเรียน (ท.23) 
2. กรอกรายละเอียดในใบคำร้อง พร้อมระบุเหตุผล
3. ให้นักศึกษาทำสำเนาสังเขปวิชา (Course Description) ของรายวิชาทั้ง 2 แนบกับคำร้องด้วย
4. ยื่นคำร้องต่อคณะฯ ผ่านความเห็นชอบอาจารย์ที่ปรึกษา ประธานหลักสูตร และคณบดี
5. เมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะฯ แล้วรายวิชาที่ขอเทียบจะสามารถแทนที่รายวิชาตามหลักสูตรในใบรายงานผลการศึกษา

 ในภาคการศึกษาใดที่มหาวิทยาลัยไม่เปิดสอนรายวิชาที่นักศึกษาต้องการลง ทะเบียนเรียน นักศึกษาสามารถไปลงทะเบียนในรายวิชาเดียวกันหรือเนื้อหาใกล้เคียงกันยัง สถาบันอุดมศึกษาอื่นของรัฐได้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. ทำคำร้องขอลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่างสถาบัน ผ่านอ.ที่ปรึกษา ประธานหลักสูตร และคณบดี โดยระบุเหตุผลและรายละเอียดในการขอลงทะเบียน
2. เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนทะเบียนและประเมินผลจะส่งคำร้องของนักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยแห่งนั้น เพื่อให้ตอบรับการลงทะเบียนเรียนซึ่งนักศึกษาสามารถขอถ่ายสำเนาจดหมาย นำส่งไปยื่นด้วยตนเองได้เช่นกัน
3. นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่นักศึกษาไปขอลงทะเบียนยังสถาบันอื่น ที่มหาวิทยาลัยด้วย เพื่อที่จะได้บันทึกการลงทะเบียน 
4. เมื่อสิ้นสุดภาคการเรียนทางมหาวิทยาลัยนั้น จะจัดส่งผลการสอบมายังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 การขอเพิ่มรายวิชา
1. การขอเพิ่มรายวิชาให้กระทำภายใน 2 สัปดาห์แรก นับตั้งแต่การเปิดภาคการศึกษาปกติ
2. การขอเพิ่มรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษา
3. เมื่อเพิ่มรายวิชาจำนวนหน่วยกิต ต้องไม่เกิน 19 หน่วยกิต
4. การขอเพิ่มรายวิชาจะต้องไม่มีชั่วโมงเรียนหรือชั่วโมงสอบซ้อนกัน ยกเว้นนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถทำการเพิ่มรายวิชาได้

1. การขอลดรายวิชาให้กระทำได้ก่อนวันแรกของการสอบกลางภาค
2. ต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษา
3. เมื่อลดรายวิชา หน่วยกิตต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต
4. การลดรายวิชา มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าลงทะเบียนให้
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถลดรายวิชาได้

1. การถอนรายวิชาใหห้กระทำได้หลังการสอบกลางภาค จนถึงก่อนสอบปลายภาค 3 สัปดาห์
2. ต้องได้รับความเห็นชอบจากอ.ที่ปรึกษาและอ.ผู้สอน
3. เงื่อนไขการขอถอนรายวิชาต้องไม่ต่ำกว่า 12 หน่วยกิต
4. การถอนรายวิชา มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าลงทะเบียนให้
5. ภาคฤดูร้อนไม่สามารถถอนรายวิชาได้

นักศึกษาที่ต้องการลงทะเบียนต่ำกว่าหรือเกินกว่าหน่วยกิตที่กำหนด ต้องได้รับอนุมัติจากประธานสายวิชา โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1. กรณีนักศึกษาที่มีสภาพวิทยาทัณฑ์ ต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา
2. นักศึกษาสภาพปกติ อนุญาตให้ลงทะเบียนเรียนวิชาตกค้าง หรือวิชาอื่นๆ ได้อีก 1 รายวิชา โดยได้รับการอนุมัติจากประธานสายวิชา

FAQs : Student Service

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการการศึกษาได้ที่นี่

FAQs : ITP-TOEFL

Khun Prapa, SIT Computer Specialist at telephone 0-2470-9828
Khun Vichchuda, ELCS Secretary at telephone 0-2470-9866

Please see ITP-TOEFL TIMETABLE at ELCS's website www.sit.kmtt.ac.th/ELCS

- Listening Comprehension

- Structure and Written Expression 

- Reading Comprehension 

Sorry, the ITP-TOEFL test taken elsewhere will not be accepted.

The following is a list of various English tests that you can choose from
     - ITP-TOEFL not less than 500 (The information of the ITP-TOEFL can be found at ELCS website: www.sit.kmutt.ac.th/ELCS, under ITP-TOEFL Examinee Handbook)
     - TOEFL (IBT) not less than 61
     - TOEIC not less than 700
     - IELTS not less than 5.5
     - CU-TEP not less than 60

Choose either one.
     - ITP-TOEFL not less than 800
     - TOEFL (IBT) not less than 79
     - TOEIC not less than 800
     - IELTS not less than 6.5
     - CU-TEP not less than 75

Yes, the test results are valid for 2 years.

     - If you have taken the ITP-TOEFL test, collect your test score 10 days after the web announcement of the result date. ELCS will automatically copy your test score and submit it to Khun Aphorn, Khun Chanidapa, or Khun Mayula on your behalf. For those who have met all the School’s requirements, you MUST also report to Khun Aphorn, Khun Chanidapa, or Khun Mayula to process your graduation by yourself as ELCS will not do it for you.
     - If you have taken any other type of test, you must make 2 copies of your test result and bring them together with the original test copy to ELCS first. Please sign your name to certify the 2 copies as well as writing your student I.D., field of study, and class.
                  For example:   สำเนาถูกต้อง
                             นางสาวเปรมกมล หลวงสนาม
                                  รหัส 48440621 EB 7
       ELCS will later forward the 2 copies and the original copy to Khun Aphorn, Khun Chanidapa, or Khun Mayula. The original copy can be obtained from your Educational Services Personnel, not from ELCS.

เกี่ยวกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

เว็บไซต์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งข้อมูลและข่าวสารให้กับบุคคล 4 กลุ่ม คือ บุคคลทั่วไป, นักศึกษา, บุคลากร และ ศิษย์เก่า