"Emergency Bed Service" ระบบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญโรคเฉพาะทาง

 

 

ถ้าพูดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่  การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ต้องถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ  แม้ว่าการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  แต่การหาวิธีในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก็เป็นอีกทางที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนเอาไว้ต่อไป  ผลงานการพัฒนาเว็บแอพลิเคชั่นอย่าง "Emergency Bed Service" จาก 3 หนุ่มนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (ภาษาอังกฤษ) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  อาจเป็นตัวช่วยที่แสดงให้เห็นการประยุกต์เอาไอทีมาใช้ได้อย่างน่าสนใจ

          "Emergency Bed Service" เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้เข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญโรคเฉพาะทางต่างๆ ข้อมูลสถานพยาบาล เช็คสถานะเตียงว่าง และความพร้อมในการให้บริการ  พร้อมแผนที่ซึ่งใช้ Google Map เพื่อความสะดวก  และลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียไปกับการสอบถามข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคของผู้ใช้แต่ละคน  และเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้มูลนิธิช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เช่น ร่วมกตัญญู ปอเต็กตึ้ง สามารถเรียกดูแผนที่เพื่อใช้เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง เพื่อร่นระยะเวลาในการเดินทางและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินได้อีกด้วย
 
 
 
"Emergency Bed Service" เป็นผลงานการพัฒนาจากนักศึกษาทีม "Jmiki" ซึ่งประกอบด้วย นายมนวัฒน์ สิทธิญาวณิชย์   นายนิรันดร์ ตั้งเกษมมุกดา  นายพชร ติลกานนท์ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ (ภาษาอังกฤษ) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  โดยมีดร.ณรงค์ฤทธิ์ วราภรณ์ คอยให้คำปรึกษา และแนะนำจนสามารถคว้ารางวัลชมเชย จากการแข่งขันออกแบบแอพพลิเคชั่นโดยใช้เทคโนโลยีจาวา Java Jive Regional Challenge 2008  ซึ่งจัดโดยบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับเขตอุสาหกรรมซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) และสมาคมเวชสารสนเทศไทย (Thai Medical Informatics Association – TMI) 
 
         โครงการ Java Jive Regional Challenge 2008 เป็นโครงการระดับภูมิภาคที่ซันจัดขึ้นในประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งประเทศสิงคโปร์ถือเป็นประเทศนำร่องที่จัดโครงการดังกล่าวมาแล้วเป็นปีที่สาม โดยในประเทศไทยได้จัดการแข่งขันนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกซึ่งหัวข้อในการแข่งขัน ออกแบบแอพพลิเคชั่นในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Keeping IT Real” วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถของเยาวชนระดับอุดม ศึกษาในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นจาวาที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ได้จริง สำหรับโครงการในประเทศไทย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ สาธารณสุข หรือโภชนาการ ซึ่งเกณฑ์การตัดสินประกอบด้วย ความสามารถในการใช้งานได้จริง มูลค่าเชิงพาณิชย์ ความคิดสร้างสรรค์ และการส่งเสริมการสร้างและขยายเครือข่ายออนไลน์ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น จาวา เน็ตบีนส์ ไอดีอี
 
 
 
 
  ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟท์แวร์ บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “Java? Jive Regional Challenge 2008 - ประเทศไทย เป็นโครงการที่ซันมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ในฐานะที่เราเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิ เคชั่นแบบโอเพ่นซอร์ส เราอยากให้เยาวชนไทยได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านไอทีและความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคแห่งการมีส่วนร่วม เทคโนโลยีเว็บ 2.0 มีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมออนไลน์ที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งดีงาม อย่างเช่นในกรณีนี้คือการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของคนในสังคม”
 
            นพ. สุธี ทุวิรัตน์ กรรมการบริหารสมาคมเวชสารสนเทศไทย กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมออนไลน์มาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นสิ่งที่แวด วงการแพทย์และสาธารณสุขกำลังตื่นตัวทั่วโลก อีกทั้งประเทศไทยก็ยังต้องการบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ มีคุณภาพอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณสุขให้พัฒนาไปสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง การแพทย์ของภูมิภาค (Medical Hub of Asia) ตามนโยบายรัฐบาล ดังนั้น โครงการ Java? Jive Regional Challenge 2008 – ประเทศไทย จึงเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์และเป็นเวทีส่งเสริมความสามารถของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นรุ่นเยาว์ของไทยสู่สายตาของคนในระดับนานาชาติต่อไป”
 
           “ทั้งนี้จากการแข่งขันดังกล่าวทำให้เราตระหนักว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพใน การพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ไม่น้อยหน้าเยาวชนต่างชาติอีกทั้งยังมีความสร้าง สรรค์ มีความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์เป็นอย่างดีจนสามารถนำมา ประยุกต์และสร้างเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งทางสมาคมเชื่อมั่นว่าหากเยาวชนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาค รัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถต่อยอดความรู้เพื่อขยายผลของโครงการที่ได้ดำเนินมาให้เกิดคุณค่า ในวงกว้างได้ต่อไป”
 
 
 
 
 
 "ไมค์" หรือมนวัฒน์ สิทธิญาวณิชย์ หนึ่งในทีม "Jmiki" กล่าวถึงผลงานชิ้นนี้ว่า "รู้สึกพอใจในผลงานที่ร่วมกับเพื่อนๆ พัฒนาออกมาได้  เพราะไม่ว่าจะได้รางวัลหรือไม่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี  ที่ได้ใช้เวทีการแข่งขันนี้แสดงความสามารถทางด้านการพัฒนาแอพลิเคชัน  โดยเฉพาะจาวาที่ทาง SIT เน้นให้นักศึกษาได้สนใจเป็นพิเศษ  และการที่กรรมการเห็นว่าผลงานของเรามีคุณภาพสูงในด้านการพัฒนาและเทคโนโลยีที่เรานำมาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงมอบรางวัลชมเชยให้เป็นกำลังใจในความสามารถและแนวคิดในการพัฒนา"