Braille Eye ดวงตาภาษาเบรลล์ นวัตกรรมเติมเต็มชีวิตผู้พิการสายตา เปิดโลกใหม่...ในโลกมืด

 หากแม้นเราทุกคนยังสามารถมองเห็น และสัมผัสได้ถึงความงดงาม  ตื่นเต้น  และแปลกใหม่ของทุกสรรพสิ่งในโลกผ่านสายตาของตนเอง  เราคงไม่อาจเข้าใจความลำบาก และโชคร้าย ของผู้พิการทางสายตา ที่ไม่อาจแม้เพียงมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  กอปรกับการรับฟังผ่านการบอกเล่าจากบุคคลอื่น  ก็ไม่อาจสื่อความหมายได้ลึกซื้งเท่าการสัมผัสด้วยตัวของตัวเอง   และถ้าภาษาเบรลล์คือสื่อกลางที่ช่วยสื่อสารและสร้างการรับรู้ของผู้พิการทาง สายตา   “Braille Eye”  ผลงานล้ำจินตนาการที่เกิดขึ้นมาบนพื้นฐานของความเข้าใจความต้องการอย่างลึก ซึ้งของผู้พิการทางสายตา  จากกลุ่มนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  มจธ.  อาจเป็นความหวังมาช่วยเติมเต็มชีวิตผู้พิการทางสายตา  ให้สามารถเปิดโลกใบใหม่  และก้าวเดินห่างไกลจากโลกใบมืดใบเดิม...

แรงบันดาลใจสู่จินตการถึง  Braille Eye

          การได้มีโอกาสทำงานอาสา และกิจกรรมที่หลากหลายที่มีส่วนช่วยให้สังคมดีขึ้น  เปิดโอกาสให้ “เล้ง” หรือสุทัศน์  รงรอง  นักศึกษาชั้นปี 4 พบประสบการณ์สะท้อนใจครั้งหนึ่งในชีวิต  เมื่อเขาได้พูดคุยกับเด็กพิการทางสายตาคนหนึ่งที่ถามเขาว่า “พี่ค่ะ  หน้าตาพี่เป็นยังไงค่ะ  แล้วหน้าตาหนูเป็นยังไง  หนูสวยมั้ย...”  เราจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  หากเรากลับพบเพียงแค่ความมืด และไม่อาจรับรู้ได้แม้กระทั่งความงดงามของใบหน้าตัวเอง
           ในรั้วมหาวิทยาลัยที่หลากหลายด้วยนักศึกษาต่างที่มา ต่างความสามารถ  “หลิน” จุฑาพิมพ์ พงศ์ฉัตรมณี  นักศึกษาชั้นปี 3 สาวน้อยผู้มีประกายตาแห่งการเรียนรู้ และบุคลิกอ่อนโยน กับอีกด้านที่มุ่งมั่นจริงจังในการเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ฉายแววจนทำให้เธอโดดเด่นขึ้นมาในหมู่ผู้คนมากมาย
          หลังจากจบการศึกษาที่เมืองไทย และเดินทางลัดฟ้าเพื่อมาเรียนต่อที่อินเดีย สรุจ  อังควาณิชย์สุข ศิษย์เก่า SIT ก็ยังคงติดต่อ ให้คำแนะนำรุ่นน้องๆ อยู่เสมอ  และยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอีกฝั่งฟ้ามาถึงน้องๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและไฟฝันสู่เส้นทางสายวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ทอดยาว ไกลไปข้างหน้า
          แล้ว  “Braille Eye”  ก็ พาทั้งสามนักศึกษา SIT ต่างรุ่นต่างชั้นปีมาพบกันอีกครั้ง  ภายใต้ชื่อทีม “Super Love Factory”  โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลงานจากจินตการสู่โลกแห่งความเป็นจริง  เพื่อสร้างดวงตาภาษาเบรลล์ที่จะช่วยเปิดโลกมืดสู่โลกใหม่ให้ผู้พิการทางสายตา
 
 

Braille Eye   คืออะไร

         Braille Eye  คือผลงานการพัฒนาแอพลิเคชันที่สามารถควบคุมเครื่องมือ (Device) ตัวหนึ่งในการทำหน้าที่เป็นเหมือนกระดานขนาดเล็กที่มีหน้าจอแสดงผลเป็นจุด นูนสูงต่ำแบบละเอียด  เพื่อแสดงผลภาษาเบรลล์แบบภาพหรืออักขระ  โดยการแปลผลผ่านซอฟต์แวร์ในแบบทันทีทันใด (Real-time) ที่อ่านค่าได้จากกล้องที่ติดตั้งไว้ในแว่นตาหรือหมวก  เพื่อให้ผู้พิการสามารถใช้สัมผัสเพื่อเข้าใจได้ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผ่าน ภาษาเบรลล์   
         Braille Eye  มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเครื่องมือเพื่อทำให้คนตาบอด สามารถเข้าใจ เรียนรู้ และสัมผัสถึงสิ่งแวดล้อมรอบกาย ที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยเจาะจงไปที่กลุ่มการศึกษาเป็นหลัก หากสามารถนำ Braille Eye เข้าไปไว้ในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการของผู้พิการทางสายตา ก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้จากอุปกรณ์จริงได้ สามารถลดต้นทุนทั้งในเรื่องบุคคลากรและหนังสือเบรลล์ลงได้ เพราะ Braille Eye สร้างเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตา โดยใช้เทคโนโลยียุคใหม่ ผสมกับรูปแบบและวิธีการเรียนรู้ของผู้พิการทางสายตา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา  ในส่วนการพัฒนานั้น  เครื่องมือและเทคโนโลยีที่นำมาใช้  ประกอบไปด้วยหลายส่วน เช่น  ใช้ eBox (Compact PC)  Windows CE 6.0 (Windows for the Embedded device)  ใช้ภาษา C++,  C#,  WPF โดยใช้เทคนิคแบบที่เรียกว่า Pure Image processing ร่วมกับ Text to Speech   โดยที่จุดเด่นของ eBox คือเป็น Compact PC  หรือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถฝังลงไปในอุปกรณ์อื่นๆได้ง่าย  WindowsCE เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรับรองการทำงานเป็น Compact PC และอุปกรณ์ฝังตัวโดยเฉพาะ  C++ ทำงานกับการทำ image processing ได้ดีมากกว่าภาษาอื่น และเป็นที่นิยมมาก  ในขณะที่ C# กับ WPF ใช้ในส่วนของการพัฒนาตัวแบบจำลอง หรือ Emulator นั่นเอง
 
 

ตอบโจทย์เวที Imagine Cup 2010 

          เพื่อนำ Braille Eye ก้าวขึ้นสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง  เวทีการประกวดผลงานออกแบบซอฟต์แวร์อย่าง Imagine Cup   จึงเป็นสะพานนำพาจินตนาการนี้ก้าวไปสู่ความเป็นจริงได้ หรือใกล้เคียงที่สุด  Imagine Cup ถือเป็นการแข่งขันการพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกที่จัดขึ้นโดย บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น มาเป็นเวลากว่า 9 ปีแล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้นักศึกษาทั่วโลกสนใจเรียนรู้และ พัฒนาทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การแข่งขันดังกล่าวจะจัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาจากแต่ละประเทศ  เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติเป็นลำดับสุดท้าย  จนมีหลายๆ คนเรียกเวทีนี้ว่า  “โอลิมปิคซอฟต์แวร์”
 
 
 
 ในที่สุดผลงานชิ้นนี้ก็ฝ่าฝันการแข่งขันจากหลายทีมทั่วโลก ให้เป็นหนึ่งในตัวแทนที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายในประเภท Embedded Software Development จึงเป็นเหมือนการประกาศให้สาธารณชนรับรู้ถึงแนวคิด และความตั้งใจของพวกเขา  ซึ่งผลตอบรับก็เป็นไปอย่างที่พวกเขาคาดหวังไว้  ผลงาน Braille Eye  ได้รับความสนใจจากผู้คนที่มีโอกาสเข้ามาสอบถาม และพูดคุยกับทีมงานทุกคนเป็นอย่างดี  และได้รับการยอมรับว่าแนวคิดนี้  น่าส่งเสริมให้สามารถนำไปสู่การสร้างเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ในสังคมเราได้อย่างจริงจัง
 

อุปสรรคใหญ่ ที่ยังรอทางออก

          ผลงาน Braille Eye ยังมีโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ก็คือ การสร้างตัวเครื่องที่ใช้เป็นส่วนแสดงผลที่เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์  ที่มีต้นทุนในการสร้างต้นแบบสูงถึงประมาณ 5 แสนบาท  เพราะต้องใช้เทคโนโลยีระดับนาโนร่วมกับเทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ อีกหลายตัว  แม้จะน่ายินดีว่าหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังให้ความสนใจ  แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของการผลักดัน และดำเนินการสนับสนุนการสร้างอุปกรณ์ชิ้นนี้อย่างเป็นรูปธรรม   แต่ความมุ่งมั่นของกลุ่มนักศึกษา  Super Love Factory  ยังคงเดินหน้าที่ค้นหาโอกาสที่เป็นไปได้ในการสร้างส่วนแสดงผลนี้ให้ออกมา เป็นจริงให้ได้  เพื่อสอดรับกับส่วนของระบบและซอฟต์แวร์ที่พร้อมอยู่ก่อนแล้ว   และเมื่อวันนั้นมาถึง  Braille Eye ตัวสมบูรณ์แบบทั้งส่วนซอฟต์แวร์และตัวฮาร์ดแวร์แสดงผลจะกลับคืนสู่เวที  Imagine Cup อีกครั้ง  เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า “ดวงตาภาษาเบรลล์” นี้  พร้อมแล้วที่จะเป็นนวัตกรรมเติมเต็มชีวิตผู้พิการ  เพื่อช่วยเปิดโลกใหม่ในโลกมืดของพวกเขา