สองหนุ่ม SIT ถ่ายทอดประสบการณ์ จากเวที “สุดยอดฝีมือสายสัญญาณ” (LINK Cabling Contest)

 

การส่งเสริมให้นักศึกษาได้สัมผัสกับประสบการณ์จากเวทีแข่งขันด้านวิชาชีพเป็นภารกิจหนึ่งที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้ความสำคัญ   และพยายามที่จะสร้างให้เกิดความสนใจ และการมีส่วนร่วมของนักศึกษาอย่างเต็มที่

 

              การแข่งขัน “สุดยอดฝีมือสายสัญญาณ” (LINK Cabling Contest) เป็นอีกเวทีหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่ง บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น ได้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเสริมสร้างประสบการณ์พื้นฐานความรู้ทางด้านระบบเครือข่ายของนักเรียนนักศึกษาทั้งระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถพัฒนาต่อยอดการใช้งานสายสัญญาณในแนวทางใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ จะได้เข้าร่วมการอบรมและสัมมนาเทคโนโลยี Fiber Optic  ซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ความก้าวหน้า และประโยชน์ของเทคโนโลยีสายสัญญาณจากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจข่ายสายสัญญาณสื่อสารคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมของประเทศ

              อาจารย์กิตติพันธุ์  พัวพลเทพ  อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ. มองเห็นโอกาสที่จะช่วยให้นักศึกษาที่ศึกษาด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้รับประสบการณ์จากเวทีการแข่งขันนี้  จึงให้การสนับสนุนและชักชวนนักศึกษาที่สนใจได้เข้าร่วม  และคอยให้คำปรึกษา รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน  จนสามารถพาทีมนักศึกษากลุ่มหนึ่ง  คว้ารางวัลในการแข่งขันระดับภาค และเข้าสู่รอบสุดท้าย ที่เป็นการแข่งขันระดับประเทศ ซึ่งได้แก่นายพรพัฒน์ แพทอง ที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประจำภาคตะวันออก  พร้อมด้วยเพื่อนนักศึกษาอีก 3 คน ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย คือ นายทักข์ ม่วงชื่น นางสาวรัตนาวดี  แจ่มชุมศิลป์  นายพีรธัช วัชรผลานนท์  นักศึกษาจากหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

              “เวทีนี้เป็นการแข่งขันเกี่ยวกับการเข้าหัวสายสัญญาณ (RJ-45) ที่จะวัดกันด้วยจำนวนสาย ความเร็ว และก็ความถูกต้องเป็นหลัก เรียกได้ว่าทำเร็วอย่างเดี๋ยวไม่พอ ต้องสมารถเอาไปใช้งานได้ด้วย ซึ่งงานนี้มีจุดน่าสนใจอยู่ตรงที่การแข่งขันจะใช้อุปกรณ์ที่ช่างฝีมือเค้าใช้ในงานกันจริงๆ อีกทั้งยังต้องแข่งกับเพื่อนๆ ต่างสถาบันอีก  พรพัฒน์เปิดฉาก เล่าให้ฟังถึงการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้   ในขณะที่ทักข์เสริมว่า

              “ปกติเคยแต่นั่ง config อยู่ในห้องแล็บ  พอเห็นรูปแบบการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งต้องมานั่งเข้าหัว RJ-45 จริงๆ แล้วจึงสนใจ อีกทั้งถ้าผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะได้เข้ารับการอบรมการเข้าหัว fibre optic ฟรีด้วย  เลยอยากลองแข่งขันเพื่อที่จะได้เก็บเป็นประสบการณ์และความรู้ครับ” 

              เมื่อเกิดความสนใจ แล้วการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างไร ทักข์ให้ข้อมูลว่า  “เนื่องจากเป็นการแข่งครั้งแรก พวกเรายังไม่ทราบโจทย์ กติกาที่ชัดเจนจริงๆ  ก็เลยได้แต่ซ้อมแบบภาพรวมไปก่อน แต่โชคดีที่ SIT มีการสนับสนุนอุปกรณ์ซ้อมให้พร้อม และเยอะมากครับ  ถือว่าได้เปรียบเลย ในวันที่ว่างหลังจากเลิกเรียนก็จะนัดเพื่อนๆ มาซ้อมด้วยกัน”     ด้านพรพัฒน์พูดถึงการเตรียมพร้อมของตัวเองว่า  ได้ลองฝึกเข้าหัวสายสัญญาณด้วยเทคนิคต่างๆ ว่าแบบไหนเร็วที่สุดประหยัดเวลาทำมากที่สุด ทำอะไรก่อนหลัง หนึ่ง สอง สาม สี่ ทำยังไงจะให้สายสัญญาณไม่เสีย ถึงขั้นนั่งคำนวณกดเครื่องคิดเลขกันใหญ่เลยครับ หลังจากผมติดรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศแล้วก็ได้โจทย์เพิ่มมาอีก 1 อย่างซึ่งก็คือต้องเข้าหัวสาย Fiber-optic ครับด้วยครับ”

               ส่วนบรรยากาศในการแข่งขันนั้น ถือได้ว่ามีผู้มาร่วมแข่งขันเยอะมาก ซึ่งเป็นนักศึกษาในระดับอาชีวะ และระดับปริญญาตรี ซึ่งทุกคนก็ผ่านการเตรียมตัวมาอย่างดี รอบคัดเลือกสถานที่การแข่งขันกระจายไปตามศูนย์ต่างๆ ในแต่ละภาค และรอบชิงชนะเลิศจัดที่ ภูเขางามรีสอร์ท จังหวัดนครนายก  ซึ่งมีการจัดอบรมปฏิบัติการให้กับผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 60 คนก่อนที่จะทำการแข่งขันอีกด้วย  นอกจากจะได้ความรู้ ประสบการณ์แล้ว ยังถือว่าได้ไปเที่ยวพักผ่อนไปในตัว ซึ่งดูนักศึกษาที่เข้าร่วมจะชื่นชอบกันมาก  และยังช่วยสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นระหว่างนักศึกษาด้วยกันอีกด้วย  แต่เมื่อถึงเวลาในการแข่งขันจริงๆ ทุกคนก็เต็มที่กับภารกิจของตนเอง

              พรพัฒน์พูดถึงสิ่งที่เขาได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ต้องบอกเลยว่าจากที่เข้าหัวสายสัญญาณ (RJ-45), Fiber-optic และใช้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไม่เป็นเลย  ก็กลายเป็นเชี่ยวชาญโดยอัตโนมัติเลยครับ เพราะเรามีการฝึกซ้อมอย่างหนัก  บางทีก็ได้แผลมาเยอะเหมือนกันครับ  อีกอย่างก็คือเราได้รู้จักเพื่อนๆ  ในสายงานไอทีมากขึ้น”   ในขณะที่ทักข์พูดถึงเรื่องนี้ว่า อย่างแรกเลยคือได้รู้ความสามารถของตัวเองครับ ว่ามีการพัฒนาแค่ไหน ได้ความรู้ ประสบการณ์ และได้เจอเพื่อนใหม่จากหลายๆ จังหวัดด้วยครับ และที่ผมคิดว่าเป็นของแถมคือได้ไปเที่ยว ไปผ่อนคลายที่รีสอร์ทครับ อยู่ท่ามกลางภูเขาบรรยากาศดีเลยครับ รวมไปถึงเป็นการหาช่องทางในการฝึกงาน หรือเข้าทำงานต่อกับบริษัทผู้จัดการแข่งขัน” 

               การที่จะก้าวไปคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันด้านวิชาชีพต่างๆ เหล่านี้  การสนับสนุนจากคณะฯ ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง  เราลองไปดูว่า SIT ให้การสนับสนุนอย่างไรบ้าง  “คณะได้มีการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน มีให้พวกเราได้ซ้อมเยอะมากครับ เมื่อเทียบกับผู้แข่งขันที่มาจากที่อื่นๆ แล้ว ถือว่าเราได้เปรียบมากครับ เพราะอุปกรณ์เราพร้อมกว่าเยอะ แล้วก็ยังได้รับการฝึกสอน ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์กิตติพันธุ์อีกด้วยครับ”    ทักข์เล่าถึงสิ่งที่ SIT ให้การสนับสนุน

               “อยากให้มหาวิทยาลัยฯ สนับสนุนหรือส่งเสริมให้นักศึกษาได้นำเอาความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาไปแสดงในเวทีต่างๆ มากขึ้น ช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่น่าสนใจไปยังนักศึกษาทุกคนในหลายๆ ช่องทาง มีเงินสนับสนุน ค่าเดินทาง อื่นๆ และถ้ามีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันได้มากขึ้นครับ”  พรพัฒน์พูดถึงความต้องการการสนับสนุน และเสนอแนวทางที่จะช่วยให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการนำเอาความรู้มาแสดงออกผ่านเวทีการแข่งขันต่างๆ ที่เกิดขึ้น

               ในท้ายที่สุดสองหนุ่มได้ฝากถึงทุกคนว่า อยากให้สนใจการแข่งขันต่างๆ กันมากขึ้น เพราะจะทำให้เราได้ประสบการณ์ ได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน  ต้องลองออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้าง  จะชนะหรือไม่ เข้ารอบหรือไม่   คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ   อีกทั้งยังเป็นการวัดศักยภาพตัวเองอีกด้วย ช่วยให้เปิดหูเปิดตา ทำให้เรามีโลกทัศน์กว้างไกลมากขึ้น  และสามารถนำมาเล่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องรุ่นใหม่ที่สนใจได้รับรู้ แค่นี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีพอจะทำให้น้องๆ  นักศึกษาได้ลองสำรวจตัวเอง และกล้าก้าวไปสู่เวทีแข่งขันต่างๆ มากขึ้นนะครับ